การดูแลผู้ป่วยไตเสื่อม

โรคไต ภัยเงียบ

มักไม่มีอาการบอกล่วงหน้า !!

ไตเสื่อม-umi-อาหารเสริม-ฟื้นฟูไต-สารบำบัด

 

 

 

 

 

 

 

โรคเสื่อมหลายโรคมักจะมีอาการหรือตรวจเจอล่วงหน้า

แต่ โรคไตเสื่อม โดยทั่วไปจะไม่มีอาการบอกให้รู้ล่วงหน้า

ผลเลือดทางการแพทย์มักตรวจพบยาก

จึงเป็นโรคที่น่ากลัวเป็นเพชฌฆาตมืดที่คุกคามชีวิตเราอย่างเลือดเย็น



เรามาศึกษาระยะของโรคไตเสื่อมเรื้อรังกันดีกว่าคะ

ว่าโรคไตเสื่อมเรื้อรังมีกี่ระยะ 
และอาการเป็นอย่างไร มาศึกษากันเลยคะ

 

 

ไตเสื่อมมีกี่ระยะ-ไตเรื้อรัง-อาหารเสริม-บำรุงไต-อาหารบำรุงไต-umi-agel

ขอบคุณข้อมูลจากโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ 

 

7 สาเหตุของผู้ที่มีโอกาสเป็นโรคไตเสื่อมเรื้อรัง  

  1. โรคความดันโลหิตสูง
  2. โรคเบาหวาน
  3. โรคนิ่วในไต
  4. โรคเก๊าต์
  5. อาหาร
  6. กรรมพันธุ์
  7. กินยาบางชนิดเวลานาน ทำให้สะสมที่ไตมากๆ

 

หากท่านใดที่ทานยากลุ่มโรคเหล่านี้เป็นเวลานานๆ 

จะส่งผลต่อไตได้อย่างมาก

ดังนั้นทางที่ดีเราควรดูแล เมื่อมีอาการของโรคหัวใจ 

ความดัน เบาหวาน ให้ดีตั้งแต่เริ่มพบเจอ 

เพื่อลดการนำสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย ในระยะยาว

 

umi-agel-เบาหวาน

 

เพื่อให้เราทราบถึงต้นเหตุที่แท้จริงของโรคไตเสื่อมเรื้อรัง

เรามาศึกษาว่า

อาการของโรคไตเสื่อมเรื้อรังเกิดมาจากสาเหตุอะไรบ้าง ?

 

อาการโรคไต-ไตเสื่อม-umi-agel-อาหารเสริม-บำรุงไต-สารบำบัด-อาหารบำรุงไต

 

 

หากตรวจพบไตเสื่อมระยะ 1-3 

ยังพอมีทางช่วยดึงให้ความเสื่อมของไตให้คงที่

และค่อยๆดึงลงได้นะคะ อย่าละเลย … เรื่องอาหารสำคัญที่สุด

แต่แนะนำว่าต้องรีบดูแลเร่งด่วน อย่าปล่อยละเลย

ไม่เช่นนั้น ระยะ 4-5 จะมาไวมากคะ

 

เรามาศึกษาเรื่องอาหารกันบ้างคะ 

กลุ่มอาหารที่ควรพึงรู้ และ ระวังในการรับประทาน

  • กลุ่มเกลือแร่ แร่ธาตุ หลักๆ คือ โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส โซเดียม

มักมีมากในผัก ผลไม้ อาหารแปรรูป ซึ่งส่งผลต่อไต โดยตรง

  • กลุ่มโปรตีน ช่วงไตเสื่อม กับ ช่วงฟอกไตแล้ว ปริมาณการทานต่างกันนะคะ

 

เราลองมาเริ่มศึกษาจาก

ผลไม้-โรคไต-umi

 

ผลไม้ที่ผู้ป่วยโรคไตกินได้ เลือกกินอย่างไรให้ปลอดภัย 

แล้วอาการของโรคไตจะได้ไม่กำเริบ

ไม่ใช่ว่าเราจะสามารถกินผลไม้ทุกชนิดได้ทั้งหมดหรอกนะคะ

เพราะผู้ป่วยโรคไตมักจะมีความบกพร่องในการ

ขจัดโพแทสเซียมออกจากร่างกาย

ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะโซเดียมมากเกินไป (hyperkalemia)

ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายและระบบหัวใจได้

และโดยส่วนมากผู้ป่วยมักจะเผลอบริโภคโซเดียม

จากผลไม้เข้าไปโดยที่ไม่รู้ตัว

ดังนั้นสำหรับผู้ป่วยโรคไต จึงควรระมัดระวังในการ

รับประทานผลไม้เอาไว้ด้วย

ซึ่งผลไม้ที่ผู้ป่วยโรคไตกินได้อย่างปลอดภัย ก็มีดังนี้ค่ะ

 

 

ผลไม้ที่ผู้ป่วยโรคไตกินได้ ในปริมาณที่เหมาะสม

ผลไม้-โรคไต-ทานได้-umi-อาเจล-บำรุงไต

1. มังคุด 3 ผล
2. ชมพู่ 2 ผล
3. องุ่นเขียว 8-10 ผล
4. เงาะ 4 ผล
5. มะม่วงดิบ
6. สับปะรด 8 ชิ้นคำ
7. ลูกแพร์
8. แอปเปิล 1/2 ผลกลาง
9. พุทรา 2 ผลใหญ่
10. ลองกอง 6 ผล

ผลไม้ทั้งหมดนี้จัดอยู่ในกลุ่มผลไม้ที่มีปริมาณโพแทสเซียมต่ำ

ซึ่งถือว่าปลอดภัยต่อผู้ป่วยโรคไตที่ควรจำกัด

ปริมาณโพแทสเซียมให้ไม่เกิน 4.7 กรัมต่อวัน

โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง หรือผู้ป่วยโรคไตในระยะท้าย ๆ

และแม้ว่าผลไม้ทุกชนิดมีประโยชน์ในตัวเองก็จริง แต่ทุกสิ่งบนโลกใบนี้ย่อมมีข้อยกเว้น

อย่างผลไม้ตามรายการข้างล่างนี้ ที่มีปริมาณโพแทสเซียมค่อนข้างสูง

เสี่ยงต่อสุขภาพของผู้ป่วยโรคไต

ดังนั้นหากเป็นไปได้ ต้องทานแต่น้อยหรือพยายามหลีกเลี่ยงจะดีกว่า

==================================

ผลไม้ต้องห้ามสำหรับผู้ป่วยโรคไต ควรทานอย่างระวัง

1. มะเฟือง
2. กล้วย
3. ส้ม
4. แตงโม
5. แตงหอม
6. มะละกอ
7. ลูกท้อ
8. มะพร้าว
9. ทุเรียน
10. มะม่วงสุก
11. ขนุน
12. มะขามหวาน
13. แก้วมังกร
14. ฝรั่ง
15. ลำไย
16. น้อยหน่า
17. กีวี
18. อินทผลาลัม
19. ลูกยอ
20. มะปราง
21. แคนตาลูป
22. กระท้อน
23. ผลไม้อบแห้งทุกชนิด เช่น ลูกเกด ลูกพรุน เป็นต้น
24. ผลไม้หมักดองทุกชนิด
25. ผลไม้แช่อิ่มทุกชนิด

นอกจากผลไม้เหล่านี้จะมีปริมาณโพแทสเซียมสูงแล้ว 

ยังอาจมีโซเดียมและน้ำตาลที่อาจส่งผล
เสียต่อระบบการทำงานของไตและ
ระบบภายในร่างกายอื่น ๆ ได้ด้วยนะคะ

ดังนั้นก็อย่างที่บอกไว้ว่า หากมีภาวะไตทำงานผิดปกติ

ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานผลไม้ดังกล่าวจะดีกว่า

หากผู้ป่วยมีระดับโพแทสเซียม
ในเลือดสูงกว่า 5.0 มิลลิกรัม/เดซิลิตร 

ควรงดผลไม้ทุกชนิดชั่วคราว 

นอกจากนี้ผู้ป่วยโรคไต
ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ในเรื่องการดูแลสุขภาพโดยรวม เนื่องจากในผู้ป่วยโรคไตแต่ละเคส

อาจมีปัจจัยความเสี่ยงอื่น ๆ ที่ควรต้องคำนึงถึงด้วยคะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก หมอชาวบ้านสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย

 

เกลือแร่-วิตามิน-แร่ธาตุ-ผู้ป่วยไต-อาเจล-อูมิ-umi-บำรุงไต-อาหารเสริม

 

เกลือแร่ที่ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง และ โรคหัวใจ ต้องรู้จัก 

1. โพแทสเซียม

คือ เกลือแร่ที่มีอยู่ในเลือดชนิดหนึ่ง 
มีหน้าที่เกี่ยวกับการหดตัว และคลายตัวของกล้ามเนื้อ และหัวใจ 
การมีโพแทสเซียมในเลือดสูงมากเกินไป อาจทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ 
และทำให้หัวใจหยุดเต้นได้
 
ความต้องการขึ้นอยู่กับระดับโพแทสเซียม
ในเลือดสูงเกิน 5 มิลลิกรัม/เดซิลิตร

ควรจำกัดหรืองดอาหารที่มี โพแทสเซียมสูง

และเลี่ยงไปรับประทานอาหารในกลุ่มที่มี โพแทสเซียมต่ำ ถึงปานกลาง

 

  • ผักที่มีโพแทสเซียมสูง

ผักใบเขียว และ สีส้ม เช่น คะน้า กวางตุ้ง แครอท ฟักทอง

ผักโขม มะเขือเทศ บล๊อคโคลี่ หน่อไม้ฝรั่ง ใบกุยช่าย ฯลฯ

  • ผักที่มีโพแทสเซียมปานกลาง

ผักกาดขาว มะเขือยาว หัวไชเท้า กระหล่ำปลี

  • ผักที่มีโพแทสเซียมต่ำ  

ที่สามารถเลือกรับประทานได้ควรลวกหรือต้มผักให้สุก

เช่น ฟักเขียวสุก บวบ ถั่วงอกสุก

 

ผัก-ผู้ป่วยไต-อาหารเสริม-umi-เอเจล-บำรุงไต

ขอบคุณภาพจาก : Nurse Mali

 

2. ฟอสฟอรัส (ฟอสเฟต)

คือ แร่ธาตุที่มีบทบาทต่อความแข็งแรงของกระดูก  

ไตที่ปกติ จะขับฟอสฟอรัสออกได้

แต่เมื่อไตเสื่อมฟอสฟอรัสจะคั่งในร่างกาย

การมีฟอสฟอรัสในร่างกายมากๆ จะมีผลต่อระดับฮอร์โมน 

พาราไทรอยด์ และวิตามิน D

ทำให้ภาวะกระดูกผุ และอาการกล้ามเนื้ออ่อนเพลียได้ 

แพทย์มักจะสั่งยาจับฟอสเฟต (ฟอสฟอรัส)

ให้กินร่วมไปด้วยเพื่อช่วยบรรเทาปัญหา

 

 

อาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง

 นม และ ผลิตภัณฑ์จากนม เช่น เนย โยเกิร์ต ไอศครีม
 เมล็ดพืชต่างๆ เช่น ถั่ว และ ผลิตภัณฑ์จากถั่ว
 เช่น เต้าหู้ น้ำอัดลมสีเข้ม กาแฟ ชา เบียร์
 ขนมเบเกอรี่ เค้ก พาย ชอคโกแลต ไข่แดง

อาหาร-ผู้ป่วยไต-ฟอสฟอรัสสูง-umi-เอเจล

ขอบคุณภาพจาก : Pha C

 

3. โซเดียม

 คือ แร่ธาตุที่มีบทบาท ต่อของเหลวในร่างกาย
การได้รับโซเดียมมากเกินไปจะทำให้ มีน้ำสะสมในร่างกายมาก
เมื่อมีน้ำมากจะเกิดความดันโลหิตสูง น้ำท่วมปอดได้
ควรจำกัดโซเดียมในอาหาร ไม่ให้เกิน 2000 มิลลิกรัม / วัน
หรือคิดเป็นเกลือแกงประมาณ 1 ช้อนชาและไม่ให้มีการเติมเพิ่มอีก ระหว่างการกิน

ผู้ป่วยจึงควรรับประทานอาหารรสอ่อนเค็มหรือหลีกเลี่ยงอาหารเค็มจัด 
เช่นน้ำปลา ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส ซอสหอยนางรม 
เต้าเจี้ยว ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ
และ อาหารหมักดอง ที่ใช้เกลือในการถนอนอาหาร 
เช่น ไข่เค็ม กะปิ เต้าหู้ยี๊ 
ปลาเค็ม แหนม ผักดองเปรี้ยว ผลไม้ดอง เป็นต้น


ไตเสื่อม-อาหาร-บำรุง-umi-agel
ขอบคุณภาพจาก  Pha C


เมื่อถูกจำกัดโซเดียม สามารถใช้เครื่องเทศ และสมุนไพร 

มาประกอบอาหารเพื่อเพิ่ม กลิ่น และ รส ให้น่ารับประทานยิ่งขึ้น

เครื่องเทศ เช่น พริกไท ลูกผักชี ยี่หร่า อบเชย ลูกจันทร์ 

ลูกกระวาน กานพลู สมุนไพร กระเทียม ใบกระเพรา 

ใบแมงลัก ใบสะระแหน่ มะนาว 

ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด รากผักชี ฯลฯ

 

============================================

กลุ่มโปรตีน

"โปรตีน" สิ่งนี้คือ ผู้ป่วยไต ควรศึกษา 
แต่ละระยะ ของโรคไต รับ "โปรตีน" ได้ไม่เหมือนกัน
 
เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องทราบว่าระยะไหนที่ควรได้รับมาก 
หรือ ควรได้รับในปริมาณที่ไม่มากนัก 

อาการโรคไต แบ่งได้ 2 ระยะใหญ่ๆ
 
- เข้ารับการฟอกไต หรือ ล้างไต (ควรได้รับโปรตีน) 
- ไตเสื่อมระยะต่างๆ (คุมโปรตีน) 

ผู้ป่วยระยะที่ได้รับการรักษาด้วยการฟอกไต ล้างไต
ควรได้รับโปรตีนเพิ่มขึ้น

  ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยการฟอกเลือดด้วยไตเทียม
การฟอกเลือดประมาณ สัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง ครั้งละ 4-6 ชั่วโมง

สารโปรตีนมักได้ไม่เพียงพอ

ผู้ป่วยจึงต้องรับประทานอาหารที่ให้ **โปรตีนเพิ่มขึ้น**

เนื่องจากในการฟอกเลือดแต่ละครั้งจะมีการสูญเสียกรดอะมิโน

ซึ่งเป็นส่วนประกอบของโปรตีน 10 – 13 กรัม

นอกจากนี้การฟอกเลือดยังกระตุ้น ให้มีการสลายกล้ามเนื้อ

และเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกายเพิ่มขึ้น

 

อีกทางเลือกที่จะได้รับโปรตีนที่เพียงพอคือ

โปรตีนไข่ขาวผง 100% ชงดื่มอุ่นๆได้เช้า-เย็น

(คลิ๊กสอบถามที่ภาพคะ)



ไข่ขาวผง-อัลบูมินผง-ฟอกไต-umi-agel-บำรุงไต
 


 
ผู้ป่วยไตเสื่อมเรื้อรัง ควรดูแลควบคุมโปรตีน 
ไตทำหน้าที่ขับของเสียที่สร้างจากโปรตีน
และ ควบคุมเกลือแร่ในร่างกาย โดยการขับส่วนเกินทิ้งไป

มีอาหารอยู่ 2 อย่างที่ต้องระมัดระวังในการกิน คือ

อาหารโปรตีน ได้แก่ เนื้อสัตว์ทุกชนิด 
รวมทั้ง นมวัว และ นมถั่วเหลือง เป็นต้น

อาหารอีกประเภทหนึ่งที่ต้องระมัดระวัง 
คือ เกลือ ได้แก่ พวกอาหารที่มีรสเค็มทุกชนิด
รวมทั้งอาหารหมักดอง

สรุปง่ายว่า การกินเนื้อสัตว์มากๆ ไตก็ทำงานหนัก 
ถ้าไตท่านเสื่อมอยู่แล้ว ท่านจะมีของเสียคั่งในเลือดและเกิดเจ็บป่วย

และ ถ้าได้รับเกลือมากๆ จะมีเกลือและน้ำคั่งในร่างกาย 
ไตจะทำงานหนักขึ้นมากขึ้น และหัวใจอาจวายได้

13315400_1174632505901409_673210725129359090_n

ขอบคุณภาพจาก : Nurse Mali

 

======================================

ข้อแนะนำในการดึงความเสื่อมของไตให้หยุดแค่นี้ !!!

1. คุมเบาหวานให้นิ่ง
2. คุมความดันให้ดี
3. คุมอาหารตามหลักโภชนาการของโรค
4. ดื่มน้ำบ่อยๆ
5. ไม่อั้นปัสสาวะเมื่อปวด
6. งดของมึนเมาทุกชนิด รวมถึงชา กาแฟ บุหรี่
7. พักผ่อนให้พอ ให้ไตได้พักงาน
8. ทานยาตามที่แพทย์ให้มา
9. ไม่ทานสมุนไพรทุกชนิด
10. ทาน UMI ต่อเนื่อง ตามผู้เชี่ยวชาญแนะนำ

===-=======================================

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ คุณจอยริน

โทร 062-636-9495  หรือ LINE : JOY.RIN

กดคลิ๊กด้านล่างได้เลยคะ

เพื่อสอบถามข้อมูลทางไลน์

agel-umi-joyrin-ตัวแทน-อาเจล-ราคาสมาชิก

agel-อาเจล-เอเจล-exo-umi-min-hrt-อาหารเสริมเจล-ราคาถูกที่สุด-ราคาสมาชิก-สมัครสมาชิก-แก้โรคไต-มะเร็ง-เบาหวาน-คอเลสเตอรอลสูง

คลิ๊กเพื่อศึกษาข้อมูล UMI เพิ่มเติม คะ

agel-umi-อาหารเสริม-บำรุงไต-อูมิ-ราคาสมาชิก-ราคาถูก

 

Powered by WordPress | Designed by: Download Premium WordPress Themes | Thanks to Premium Themes, Domain Registration and All Premium Themes